“น้ำผลไม้” ดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ อย่างที่ใคร ๆ เขาว่ากันหรือไม่ ?

Spread the love

น้ำผลไม้ เป็นอีกหนึ่งเครื่องดื่ม ที่หลายๆ คนจำนวนไม่น้อยมักมองเห็นว่าดีต่อร่างกาย เพราะว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากผลไม้ ที่ถือได้ว่าเป็นสำหรับคนรักอาหารสุขภาพ แม้กระนั้นน้ำผลไม้นั้น ในความเป็นจริงแล้วดีต่อร่างกายอย่างที่หลายๆ คนคิดกันไว้หรือเปล่า บทความนี้ทาง Hello คุณหมอ มาพร้อมข้อมูลที่จะมาช่วยไขข้อสงสัยของทุกคนว่า ตกลงแล้วน้ำผลไม้นั้น ดีจริงหรือไม่ดีหรือปล่าว

ความเกี่ยวข้องระหว่าง น้ำผลไม้ กับน้ำตาล ?

นักคนคว้าการแพทย์สองคนได้เขียนในนิตยสาร The Lancet ว่า ปริมาณน้ำตาลที่สูงในน้ำผลไม้ นั้นอาจจะไม่ดีกับร่างกายพอ ๆ กับเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล เช่น น้ำอัดลมและก็เครื่องดื่มโซดารูปแบบต่างๆ

น้ำผลไม้นั้นที่จริงแล้วไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพเพราะว่ามันมีปริมาณน้ำตาลธรรมชาติที่เรียกว่า ฟรุกโตส (Fructose) ในจำนวนที่สูง ซึ่งหลายๆ ความเชื่อถือ นั้นได้อ้างอิงเกี่ยวกับรายงานความอันตรายของสารให้ความหวานจากข้าวโพดที่มีฟรุกโตสสูง หรือ High Fructose Corn Syrup (HFCS) ซึ่งเป็นสารให้ความหวานที่ทำมาจากแป้งข้าวโพด โดยจะทำให้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลปกติถึง 2 เท่า หากร่างกายได้รับ สารให้ความหวานจากข้าวโพดที่มีฟรุกโตสสูง จะส่งผลต่อการดื้ออินซูลิน ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน โรคความดันโลหิตสูง และก็โรคอ้วน

ถึงแม้ว่าน้ำผลไม้จะมีฟรุกโตสเช่นเดียวกันกับ HFCS แต่ว่าน้ำผลไม้ก็ยังมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากยิ่งกว่าน้ำอัดลม ไม่ใช่เพียงแต่น้ำหวาน ๆ แบบน้ำอัดลมที่ไม่มีสารอาหารอยู่เลย ด้วยเหตุนั้นน้ำผลไม้สามารถให้สารอาหารต่อสภาพทางด้านร่างกายได้เสมือนการรับประทานผลไม้เป็นลูก ๆ เพียงแต่จะไม่มีไฟเบอร์ แต่การที่น้ำผลไม้ไม่มีไฟเบอร์ นั้นจะทำให้ผู้ที่บริโภคไม่รู้สึกอิ่ม จึงมีโอกาสที่จะทำให้บริโภคน้ำผลไม้เข้าไปในปริมาณมาก ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้รับปริมาณแคลอรี่และฟรุกโตสในจำนวนมาก จนเกินความจำเป็นและจะทำให้ปริมาณน้ำตาลในเลือดสูงและมีส่วนทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้น

        น้ำตาลฟรุกโตสใน น้ำผลไม้ มีผลต่อสุขภาพอย่างไร ?

น้ำตาลฟรุกโตสเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ที่ได้จากธรรมชาติมักพบได้ทั่วไปในผลไม้ น้ำผึ้ง และก็ผัก ซึ่งน้ำตาลฟรุกโตสเป็นน้ำตาล ที่ต้องมีการแปลงโดยตับเพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงาน แล้วนำไปใช้กับร่างกาย แต่การได้รับฟรุกโตส มากเกินไปจะส่งผลให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายให้มีความผิดปกติ

หากว่าเรารับประทานฟรุกโตสเกินความจำเป็น ตับก็จะทำงานหนักมากเกินไป และก็อาจมีการเปลี่ยนฟรุกโตสไปเป็นไขมันแทนการเปลี่ยนไปเป็นพลังงาน และก็ส่งผลกระทบต่อการเกิดโรคต่างๆอีกมากมาย เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และก็โรคมะเร็ง

ผลกระทบของการได้รับน้ำตาลฟรุกโตสมากเกินไป การบริโภคน้ำตาลฟรุกโตสมาก จะเพิ่มระดับกรดยูริกในเลือด ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นโรคเกาต์และความดันโลหิตสูง ทำให้เกิดการสะสมไขมันในตับ และนำไปสู่โรคไขมันพอกตับ เกิดการดื้ออินซูลิน ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคอ้วน และโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ ทำให้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง ซึ่งทำให้เกิดการสะสมไขมันในอวัยวะต่าง ๆ รวมไปถึง หัวใจด้วย ทำให้เป็นส่วนหนึ่งในการเกิดโรคหัวใจ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *